เลเซอร์สี vs Inkjet: ลองผิดลองถูกกับค่าหมึกที่ซ่อนอยู่

เคยไหมครับที่ตอนจะซื้อปริ้นเตอร์สี คิดแค่ว่าเลเซอร์สีดูดีกว่า ทนกว่า เลยจัดมาแบบไม่ลังเล พอใช้ไปเรื่อย ๆ ถึงกับกุมขมับกับค่าหมึกที่งอกมาไม่หยุด ผมนี่แหละหนึ่งในนั้น! แต่ก่อนผมมองว่าถ้าซื้อของแพงหน่อย ก็น่าจะจบ แต่จริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนต่อแผ่นและความทนทานของหัวพิมพ์ที่หลายคนมองข้ามไปเหมือนผม
ปริ้นเตอร์เลเซอร์สี คุ้มไหมในระยะยาว?
ตอนแรกผมคิดว่าเลเซอร์สีน่าจะคุ้มกว่า เพราะโทนเนอร์ดูแพงกว่าก็จริง แต่ได้จำนวนพิมพ์เยอะกว่า พอเอาเข้าจริง โทนเนอร์สีมันหมดเร็วกว่าที่คิด ยิ่งถ้าเป็นเอกสารที่มีกราฟหรือรูปภาพสีเยอะ ๆ นี่ไปไวมาก แถมถ้าสีใดสีหนึ่งหมด มันก็บังคับเปลี่ยนทั้งตลับ ซึ่งบางทีกว่าเราจะใช้สีอื่นหมด ตลับที่เพิ่งเปลี่ยนก็อาจจะหมดอายุไปแล้ว
จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าต้นทุนต่อแผ่นของเลเซอร์สี มักจะสูงกว่า Inkjet ถ้างานพิมพ์ของเรามีสัดส่วนสีเยอะ หรือพิมพ์ไม่บ่อย แต่ถ้าเป็นงานเอกสารขาวดำล้วน หรือมีสีแค่ไม่กี่จุด เลเซอร์สีก็ยังได้เปรียบเรื่องความเร็วและความคมชัดอยู่ แต่ต้องคำนวณดี ๆ ว่าปริมาณงานสีของเรามีแค่ไหน ไม่ใช่แค่ดูราคาโทนเนอร์รวม ๆ อย่างเดียว
ความทนทานของหัวพิมพ์: Inkjet ไม่ได้เปราะอย่างที่คิด
แต่ก่อนผมกลัว Inkjet มาก เพราะได้ยินมาว่าหัวพิมพ์ตันง่าย ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ หรือต้องพิมพ์ทิ้งพิมพ์ขว้างเพื่อไม่ให้หัวตัน แต่เดี๋ยวนี้ Inkjet รุ่นใหม่ ๆ พัฒนาไปไกลมากครับ หลายรุ่นมาพร้อมกับระบบแท็งก์หมึก ทำให้เราเติมหมึกได้เอง ราคาหมึกถูกลงเยอะ แถมหัวพิมพ์ก็ทนทานขึ้นมาก
- ระบบแท็งก์หมึก: ผมลองใช้ Inkjet แบบแท็งก์หมึกมาพักใหญ่ ข้อดีคือเราสามารถเติมหมึกแยกสีได้เอง ไม่ต้องเปลี่ยนตลับทั้งชุด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก ต้นทุนต่อแผ่นถูกกว่าเลเซอร์สีอย่างเห็นได้ชัดในหลาย ๆ กรณี
- การดูแลหัวพิมพ์: แม้จะทนขึ้น แต่ก็ยังต้องดูแลบ้าง ผมจะพยายามพิมพ์สีอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อาจจะเป็นเอกสารเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแค่พิมพ์ทดสอบสี เพื่อให้หมึกมีการไหลเวียนอยู่เสมอ ช่วยยืดอายุหัวพิมพ์ได้ดี
สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งมารู้ก็คือ ปริ้นเตอร์เลเซอร์สีกับ Inkjet ยังมีจุดที่คนส่วนใหญ่คำนวณพลาดอีกหลายอย่าง ถ้าสนใจอยากรู้ลึก ๆ เพิ่มเติม ลองไปดูที่ CPUWAX ได้เลยครับ
จุดที่คนส่วนใหญ่คำนวณพลาดก่อนซื้อ
นอกเหนือจากต้นทุนหมึกและหัวพิมพ์แล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยพลาดมาแล้วครับ
ราคาเริ่มต้นกับค่าบำรุงรักษา
เลเซอร์สีมักจะมีราคาเครื่องที่สูงกว่า Inkjet แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านอกจากโทนเนอร์แล้ว ยังมีค่าดรัม (Drum Unit) ที่ต้องเปลี่ยนเป็นระยะด้วย ซึ่งราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ส่วน Inkjet แม้ราคาเครื่องจะถูกกว่า แต่ก็ต้องดูค่าหมึกให้ดี บางรุ่นตลับหมึกแพงมากจนสุดท้ายกลายเป็นว่าค่าหมึกแพงกว่าค่าเครื่องไปแล้ว ถ้าไม่เป็นระบบแท็งก์หมึก
ความเร็วและคุณภาพงานพิมพ์
เลเซอร์สีมักจะพิมพ์เร็วกว่า โดยเฉพาะเอกสารขาวดำ และงานพิมพ์ตัวอักษรจะคมชัดกว่า แต่ถ้าเป็นงานพิมพ์รูปภาพคุณภาพสูง Inkjet มักจะทำได้ดีกว่า ให้สีที่สดใสและรายละเอียดที่คมชัดกว่าเลเซอร์สีในราคาเครื่องเท่ากัน ผมเคยซื้อเลเซอร์สีมาพิมพ์รูปกราฟฟิก ผลคือสีไม่สดใสอย่างที่คิด
ทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
จากประสบการณ์ตรง ผมสรุปทริคติดตัวมาให้ดังนี้ครับ
- ประเมินปริมาณงานพิมพ์สี: ถ้าพิมพ์สีน้อยมาก เน้นเอกสารขาวดำเป็นหลัก เลเซอร์สีอาจจะตอบโจทย์เรื่องความคมชัดและความเร็ว แต่ถ้ามีงานสีเยอะ หรือเน้นพิมพ์รูปภาพ Inkjet แบบแท็งก์หมึกจะคุ้มค่ากว่ามาก
- คำนวณต้นทุนต่อแผ่นให้ละเอียด: อย่าดูแค่ราคาโทนเนอร์หรือหมึกอย่างเดียว ให้หารด้วยจำนวนแผ่นที่พิมพ์ได้ (ตามสเปก) แล้วเปรียบเทียบกับราคาดรัม (ถ้ามี) ด้วย
- พิจารณาความถี่ในการใช้งาน: ถ้าพิมพ์บ่อย Inkjet แบบแท็งก์หมึกก็ไม่ต้องกลัวหัวตันมากนัก แต่ถ้าพิมพ์นาน ๆ ที เลเซอร์สีอาจจะดูแลรักษาง่ายกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องหมึกแห้ง
- อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง: อันนี้สำคัญมากครับ เพราะสเปกกับความเป็นจริงบางทีก็ต่างกันเยอะ ดูรีวิวจากคนที่ใช้งานจริงจะช่วยให้เห็นภาพรวมได้ดีขึ้นเยอะเลย
สุดท้ายแล้ว การเลือกปริ้นเตอร์มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและงบประมาณของเราเองล้วน ๆ หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อปริ้นเตอร์ของทุกคนนะครับ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น