การ์ดรีดเดอร์ตัวไหนที่เหมาะกับงานวิดีโอ?

เคยไหมครับที่ถ่ายงานมาทั้งวัน พอถึงเวลาต้องดึงไฟล์ลงคอมเท่านั้นแหละ ความเร็วในการโอนไฟล์มันช้าจนน่าหงุดหงิด ยิ่งถ้าเป็นงานวิดีโอที่ไฟล์ใหญ่ ๆ นี่คือเห็นผลชัดเจนเลย ผมเองก็เคยเจอครับ กว่าจะโอนเสร็จบางทีก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง ทั้งที่งานอื่นรออยู่เต็มไปหมด
ปัญหาหลัก ๆ ที่เจอคือใช้การ์ดรีดเดอร์ที่ไม่สัมพันธ์กับความเร็วของการ์ดที่เราใช้ หรือบางทีก็เป็นความเข้าใจผิดว่ารีดเดอร์ตัวไหนก็เหมือนกัน จริง ๆ แล้วมันมีผลกับ workflow ของเรามากครับ โดยเฉพาะช่างภาพและวิดีโอที่ต้องทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่เป็นประจำ
เช็กสเปกการ์ดรีดเดอร์ให้ตรงกับการ์ดที่ใช้
สิ่งแรกที่ผมเรียนรู้คือ ต้องดูสเปกของการ์ดรีดเดอร์ให้ดีว่ามันรองรับการ์ดประเภทไหน และความเร็วสูงสุดเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่เสียบได้ก็แปลว่าใช้ได้ดีครับ
- SD Card Reader สำหรับ UHS-II: ถ้าคุณใช้ SD Card แบบ UHS-II ซึ่งมีความเร็วในการอ่านเขียนสูงกว่า UHS-I มาก ๆ คุณต้องใช้การ์ดรีดเดอร์ที่รองรับ UHS-II ด้วยครับ ถ้าใช้รีดเดอร์แบบเก่า ความเร็วก็จะถูกจำกัดอยู่ที่ UHS-I ทำให้คุณไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของการ์ดออกมาได้เต็มที่ ลองสังเกตสัญลักษณ์ UHS-II ที่การ์ดและรีดเดอร์ครับ จะมีแถวขาเพิ่มมาอีก 1 แถว
- CFexpress Type B Reader: สำหรับคนที่ใช้กล้องรุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับ CFexpress Type B การ์ดพวกนี้ความเร็วโหดมากครับ สามารถทำความเร็วอ่านได้สูงถึง 1700 MB/s และเขียนได้ 1400 MB/s การ์ดรีดเดอร์ที่ใช้ก็ต้องเป็นแบบเฉพาะสำหรับ CFexpress Type B เท่านั้น และต้องรองรับมาตรฐาน USB 3.2 Gen 2x2 หรือ Thunderbolt เพื่อให้ได้ความเร็วสูงสุด ไม่งั้นก็เหมือนวิ่งด้วยรถสปอร์ตบนถนนลูกรังครับ
พอร์ตเชื่อมต่อมีผลมากกว่าที่คิด
นอกจากการ์ดรีดเดอร์จะต้องรองรับการ์ดแล้ว พอร์ตเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
- USB-C (USB 3.2 Gen 2 หรือ Gen 2x2): นี่คือมาตรฐานที่ควรเลือกใช้ในปัจจุบันครับ ถ้าการ์ดรีดเดอร์ของคุณเป็น USB-C ที่เป็น USB 3.2 Gen 2 (10 Gbps) หรือ Gen 2x2 (20 Gbps) จะช่วยให้การโอนไฟล์เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ USB 3.0 (5 Gbps) หรือ USB 2.0 (480 Mbps) โดยเฉพาะกับไฟล์วิดีโอ 4K หรือ 8K ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ การ์ดรีดเดอร์ CFexpress Type B ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ต USB-C ที่รองรับความเร็วสูงอยู่แล้วครับ
- Thunderbolt: สำหรับผู้ใช้งาน Mac หรือ PC ที่มีพอร์ต Thunderbolt นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะ Thunderbolt 3/4 ให้ความเร็วสูงสุดถึง 40 Gbps ซึ่งมากกว่า USB 3.2 Gen 2x2 ถึงสองเท่า เหมาะสำหรับ workflow ที่ต้องการความเร็วสูงสุดจริง ๆ
ลงทุนกับการ์ดรีดเดอร์ที่ดี คุ้มค่าในระยะยาว
ผมเคยคิดว่าการ์ดรีดเดอร์ตัวละไม่กี่ร้อยก็พอแล้ว แต่พอเจอปัญหาเรื่องความเร็วในการโอนไฟล์บ่อย ๆ เข้า ก็เข้าใจเลยว่ามันคือการลงทุนที่คุ้มค่าครับ
- เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ: SanDisk, Lexar, ProGrade Digital, OWC พวกนี้เป็นแบรนด์ที่ทำรีดเดอร์คุณภาพดีและมีชื่อเสียงครับ อาจจะแพงหน่อยแต่ใช้ได้ยาว ๆ และมั่นใจได้เรื่องความเร็วเสถียร
- ดูรีวิวจากผู้ใช้จริง: ก่อนซื้อ ลองหารีวิวจากช่างภาพหรือวิดีโอคนอื่น ๆ ดูก่อนครับว่ามีปัญหาอะไรไหม หรือใช้งานจริงเป็นยังไงบ้าง
- พกพาและทนทาน: ถ้าต้องทำงานนอกสถานที่บ่อย ๆ เลือกรีดเดอร์ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อการพกพาและมีขนาดกะทัดรัดก็ช่วยได้เยอะครับ
โดยสรุปแล้ว การเลือกการ์ดรีดเดอร์ที่ดีให้เหมาะสมกับการ์ดและพอร์ตเชื่อมต่อที่เรามี เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับช่างภาพและวิดีโอครับ มันช่วยให้ workflow ไม่สะดุด และทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับงานส่วนอื่นได้มากขึ้น ไม่ต้องมานั่งรอไฟล์โอนเสร็จเป็นชั่วโมง ๆ อีกต่อไป อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบการ์ดรีดเดอร์แต่ละประเภทอย่างละเอียดครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น