กล้องวงจรปิด Wi-Fi: ติดเองต้องระวังอะไรบ้าง ไม่อยากถูกส่องฟรี!

กล้องวงจรปิด WiFi ปลอดภัยแค่ไหน และต้องตั้งค่าอะไรก่อนถูกแฮก

ช่วงที่ต้องทำงานจากบ้านนานๆ ผมก็อยากมีกล้องวงจรปิดไว้ดูหมาที่บ้านบ้าง เห็นว่ากล้อง Wi-Fi สะดวกดี ติดตั้งง่าย เลยไปจัดมาตัวนึง ใช้ไปสักพักก็เริ่มกังวลว่ามันจะปลอดภัยจริงๆ หรือเปล่า เพราะเคยได้ยินข่าวกล้องโดนแฮกมาบ่อยๆ เลยลองค้นข้อมูลจริงจัง แล้วก็เจอว่ามีจุดที่ต้องระวังเยอะกว่าที่คิด ยิ่งใครที่เพิ่งซื้อหรือกำลังจะซื้อ ลองดูทริคที่ผมรวบรวมมาให้ จะได้ไม่พลาดท่าให้แฮกเกอร์ง่ายๆ ครับ

ตั้งรหัสผ่านให้ซับซ้อนกว่า "admin"

อันดับแรกเลยที่ผมพลาดไปคือคิดว่ารหัสผ่านที่มากับเครื่องมันคงปลอดภัยพอแล้ว แต่กลายเป็นว่ากล้องหลายยี่ห้อยังใช้รหัสผ่านเริ่มต้นที่เดาง่ายมากๆ อย่าง "admin" หรือ "12345" ซึ่งแฮกเกอร์ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นรหัสพื้นฐาน พวกเขาจะใช้โปรแกรมสุ่มรหัสผ่านพวกนี้แหละครับ ถ้ากล้องเรายังใช้รหัสพวกนี้อยู่ก็เหมือนเปิดประตูบ้านทิ้งไว้เลย

  • วิธีแก้: ทันทีที่ติดตั้งกล้องเสร็จ ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที เลือกที่ซับซ้อน มีทั้งตัวอักษรใหญ่ เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ ผสมกันอย่างน้อย 12 ตัวอักษรขึ้นไป ยิ่งยาวยิ่งดีครับ
  • ผลลัพธ์: การสุ่มเดารหัสผ่านจะยากขึ้นมาก ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในระดับแรกได้ดี

อัปเดต Firmware ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ

หลังจากเปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการอัปเดต Firmware ครับ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอัปเดตบ่อยๆ แต่พอหาข้อมูลลึกๆ ก็พบว่าผู้ผลิตมักจะออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ค้นพบใหม่ๆ เหมือนกับการอัปเดตระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าเราไม่อัปเดต กล้องของเราก็อาจจะมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้เป็นทางเข้าได้

  • วิธีแก้: เข้าไปที่แอปพลิเคชันของกล้อง หรือเว็บไซต์ของผู้ผลิต เพื่อตรวจสอบว่ามี Firmware เวอร์ชันใหม่หรือไม่ ถ้ามีก็ดาวน์โหลดมาอัปเดตทันที ควรตั้งค่าให้กล้องตรวจสอบการอัปเดตอัตโนมัติด้วยก็ดีครับ
  • ผลลัพธ์: กล้องจะได้รับการป้องกันจากช่องโหว่ใหม่ๆ ทำให้ปลอดภัยจากการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่เหล่านั้น

มองหากล้องที่มีฟังก์ชัน Privacy Mode

อันนี้เป็นฟังก์ชันที่ผมเพิ่งมารู้จักหลังๆ คือ Privacy Mode หรือโหมดความเป็นส่วนตัว กล้องบางตัวจะมีฟังก์ชันนี้ที่ช่วยให้เราสามารถสั่งให้เลนส์กล้องหุบลงไป หรือปิดการทำงานชั่วคราวได้เลย เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เราไม่ต้องการให้กล้องบันทึกภาพ เช่นตอนที่เราอยู่บ้าน หรือตอนที่กำลังทำกิจกรรมส่วนตัว ผมว่าอันนี้สำคัญมากๆ เพราะถ้าโดนแฮกจริงๆ อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าภาพส่วนตัวของเราจะไม่หลุดออกไป

  • วิธีเลือกซื้อ: ตอนจะซื้อกล้องใหม่ ให้ดูในสเปกหรือสอบถามผู้ขายว่ามีฟังก์ชัน Privacy Mode หรือไม่ ถ้ามีก็จะช่วยเพิ่มความสบายใจได้เยอะเลยครับ
  • ผลลัพธ์: เพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดความเสี่ยงที่ภาพส่วนตัวจะถูกบันทึกหรือเผยแพร่โดยไม่ตั้งใจ

ปิดการเข้าถึงจากภายนอกที่ไม่จำเป็น

กล้องวงจรปิด Wi-Fi ส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้เราสามารถดูภาพจากที่ไหนก็ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งสะดวกก็จริง แต่ก็เป็นจุดที่แฮกเกอร์ใช้โจมตีได้ง่ายเช่นกัน ถ้าเราไม่จำเป็นต้องดูภาพจากนอกบ้านตลอดเวลา การปิดฟังก์ชันนี้ไปก่อนก็ช่วยได้มากครับ

  • วิธีแก้: ตรวจสอบการตั้งค่าใน Router ของคุณว่ามีการเปิด Port Forwarding สำหรับกล้องวงจรปิดไว้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นให้ปิดมันซะ หรือถ้าเปิดไว้ก็ควรเปลี่ยน Port ที่ไม่เป็นค่า Default เพื่อลดโอกาสที่แฮกเกอร์จะสุ่มเจอ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบในแอปพลิเคชันของกล้องด้วยว่ามีตัวเลือกให้จำกัดการเข้าถึงจากเครือข่ายภายในเท่านั้นหรือไม่
  • ผลลัพธ์: ลดโอกาสที่แฮกเกอร์จะสแกนหาและเข้าถึงกล้องของคุณจากภายนอกเครือข่าย ทำให้กล้องของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อและตั้งค่ากล้องวงจรปิด ผมแนะนำให้อ่านฉบับเต็มที่ CPUWAX ครับ มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับคนจัดสเปกเองครับ

โดยรวมแล้ว กล้องวงจรปิด Wi-Fi ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเรารู้จักป้องกันและตั้งค่าให้ถูกวิธี สิ่งสำคัญคือต้องไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การตั้งรหัสผ่าน อัปเดต Firmware และเลือกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เรื่อง Privacy Mode เท่านี้เราก็สบายใจได้มากขึ้นเยอะเลยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฉบับมือใหม่จัดสเปกเอง! รู้ครบทุกชิ้น ไม่โดนจัดสเปกดักคอ

จอ 27 นิ้วไม่เกินหมื่น: คาลิเบรตสีเองได้แค่ไหนจากประสบการณ์ตรง

Ryzen 7000 ร้อนจริงดิ? ผมลอง AIO vs Air Cooler มาให้แล้ว