Gen 3 vs Gen 4 NVMe SSD: ความต่างที่สัมผัสได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข

ช่วงที่ผมจัดสเปกคอมใหม่ๆ สมัยก่อนนี่เรื่องความเร็ว SSD เป็นอะไรที่ปวดหัวมาก เพราะข้อมูลเยอะ อ่านรีวิวก็ดูแต่ตัวเลขบนกระดาษ แต่พอมาใช้จริง บางทีก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างอย่างที่คิด หรือบางทีก็ต่างจนตกใจ
เรื่อง Gen 3 กับ Gen 4 NVMe SSD ที่เจอกับตัว
ยอมรับเลยว่าตอนแรกก็ลังเลมากว่าจะจัด Gen 3 หรือ Gen 4 ดี ยิ่งเห็นตัวเลข Gen 4 วิ่งทะลุ 7000 MB/s นี่มันเย้ายวนใจสุดๆ แต่พอเอาเข้าจริง สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกกับ SSD ทั้งสอง Gen มีหลายประเด็นที่อยากแชร์ให้ฟังแบบไม่มีกั๊ก
1. ความเร็วบูตเครื่องและเปิดโปรแกรม: ต่างกันไม่เยอะอย่างที่คิด
ตอนแรกคิดว่า Gen 4 จะบูตเครื่องเร็วกว่า Gen 3 แบบเห็นได้ชัด แต่เอาเข้าจริง เครื่องผมที่ใช้ Windows 11 บูตจาก Gen 3 อยู่ที่ประมาณ 10-12 วินาที พอเปลี่ยนมาเป็น Gen 4 ก็ลดลงมาเหลือ 8-10 วินาที ซึ่งในชีวิตประจำวันมันไม่ได้ทำให้รู้สึกว้าวขนาดนั้น การเปิดโปรแกรมทั่วไปอย่าง Chrome, Word, Excel หรือแม้แต่ Photoshop ตัวเล็กๆ ก็แทบไม่รู้สึกถึงความต่างเลยครับ
2. การโหลดเกม: เกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ถึงจะคุ้ม
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คนเล่นเกมคงอยากรู้มากที่สุด ผมทดสอบกับเกมใหญ่ๆ อย่าง Cyberpunk 2077, Starfield และ Baldur's Gate 3 ซึ่งเป็นเกมที่กินสเปกและมีฉากโหลดเยอะ
- Cyberpunk 2077: ฉากโหลดเข้าเกมครั้งแรกจาก Gen 3 ใช้เวลาประมาณ 25-30 วินาที พอใช้ Gen 4 ลดลงเหลือประมาณ 18-22 วินาที ส่วนการ Fast Travel ในเกมก็เร็วขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 1-2 วินาที
- Starfield: เกมนี้ฉากโหลดเยอะมาก Gen 3 ใช้เวลาโหลดเข้าพื้นที่ใหม่ประมาณ 10-15 วินาที Gen 4 ลดลงเหลือ 7-10 วินาที ถือว่าช่วยลดความหงุดหงิดได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโหลดปุ๊บปั๊บแบบไม่มีเลย
สรุปคือ ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเกม AAA ตัวท็อปที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จาก SSD ความเร็วสูงโดยเฉพาะ Gen 4 อาจจะพอเห็นความต่างบ้าง แต่ถ้าเล่นเกมทั่วไปที่ไม่เน้นกราฟิกอลังการขนาดนั้น Gen 3 ก็ยังเหลือเฟือ
3. งานตัดต่อวิดีโอและไฟล์ขนาดใหญ่: Gen 4 คือคำตอบ
นี่คือจุดที่ผมรู้สึกว่า Gen 4 แสดงศักยภาพได้เต็มที่ที่สุด ผมทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K ด้วย Adobe Premiere Pro การ Import ไฟล์วิดีโอขนาด 50GB จาก Gen 3 ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที แต่พอเปลี่ยนมา Gen 4 ลดลงเหลือประมาณ 1-1.5 นาที ซึ่งประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก ยิ่งตอน Export ไฟล์ใหญ่ๆ หรือการทำงานกับโปรเจกต์ที่มีหลายเลเยอร์ Gen 4 ช่วยให้ Pre-render และ Export ได้เร็วกว่าอย่างชัดเจน ความหน่วงในการ scrubbing timeline ก็ลดลงด้วย
ถ้าใครทำงานกับไฟล์ใหญ่ๆ เป็นประจำ เช่น ตัดต่อวิดีโอ, ทำ 3D rendering, หรือทำงานกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ Gen 4 คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน แต่ถ้าแค่งานเอกสารทั่วไป หรือตัดต่อวิดีโอ 1080p แบบไม่จริงจังมาก Gen 3 ก็ยังเอาอยู่ครับ
สรุปทริคติดตัวจากการใช้งานจริง
จากประสบการณ์ตรง ผมว่า Gen 3 กับ Gen 4 NVMe SSD มันมีจุดที่เหมาะสมต่างกันไป
- งบจำกัดและใช้งานทั่วไป/เล่นเกมไม่หนัก: เลือก Gen 3 ไปเลยครับ ประหยัดเงินได้เยอะ และความเร็วที่ได้ก็เพียงพอต่อการใช้งานส่วนใหญ่ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น
- เกมเมอร์ฮาร์ดคอร์ที่ต้องการความเร็วสูงสุด: ถ้าคุณเล่นเกม AAA ใหม่ๆ ตลอดเวลา และอยากได้ทุกวินาทีที่เร็วขึ้น Gen 4 ก็ตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ให้ดูเกมที่เราเล่นด้วยว่ามันรองรับ DirectStorage หรือเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากความเร็ว SSD เต็มที่แค่ไหน
- คนทำงานสายโปรที่ต้องจัดการไฟล์ใหญ่: ตัดต่อวิดีโอ, กราฟิกดีไซน์, 3D Rendering, หรือโปรแกรมที่ต้องเขียนอ่านข้อมูลเยอะๆ แบบนี้ Gen 4 คือสิ่งที่ควรลงทุนครับ มันช่วยลดเวลาทำงานได้จริงจัง
สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าเมนบอร์ดและ CPU ของเรา รองรับ Gen 4 หรือไม่ด้วยนะครับ บางทีซื้อมาแล้วแต่ระบบไม่รองรับ ก็อาจจะวิ่งแค่ Gen 3 ได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ SSD NVMe Gen 3 กับ Gen 4 ได้ที่ CPUWAX เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น